KM : การวัดผลการเรียนนักศึกษาระดับปริญญาตรี

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2554

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ประเด็น ดังนี้

1. ความหมายและประเภทของการวัดผลและประเมินผล

การวัดผล (Measurement) คือ การกำหนดตัวเลขให้กับวัตถุ สิ่งของ เหตุการณ์ ปรากฏการณ์ หรือพฤติกรรมต่างๆหรืออาจใช้เครื่องมือไปวัดเพื่อให้ได้ตัวเลขแทน
การวัดแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. วัดทางตรง เป็นการวัดคุณลักษณะที่ต้องการโดยตรง มาตรตาวัดจะอยู่ในระดับมาตราส่วน
  2. วัดทางอ้อม เป็นการวัดคุณลักษณะที่ต้องการโดยตรงไม่ได้ต้องวัดโดยผ่านกระบวนการทางสมอง มาตราวัดจะอยู่ในระดับอันตรภาค การวัดทางอ้อมแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้
    •  ด้านสติปัญญา เช่น วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วัดเชาว์ปัญญา ฯล
    • ด้านความรู้สึก เช่น วัดความสนใจ วัดเจตคติ ฯลฯ
    • ด้านทักษะกลไก เช่น การเคลื่อนไหว การปฏิบัติโดยใช้เครื่องมือ ฯลฯ

การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การนำเอาข้อมูลต่างๆที่ได้จากการวัด รวมกับการใช้วิจารณญาณของผู้ประเมินมาใช้ในการตัดสินใจ โดยการเปรียบเทียบกับเกณฑ์เพื่อให้ได้ผลเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง การประเมินผลแบ่งเป็น 2 แบบ

  1. การประเมินแบบอิงกลุ่ม เป็นการเปรียบเทียบคะแนนจากแบบทดสอบ หรือผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่นๆที่ได้ทำแบบทดสอบเดียวกัน หรือได้ทำงานอย่างเดียวกัน นั่งคือเป็นการใช้จำแนกหรือจัดลำดับบุคคลในกลุ่ม
  2. การประเมินแบบอิงเกณฑ์ เป็นการเปรียบเทียบคะแนนจากแบบทดสอบหรือผลงานขงบุคคลใดบุคคลหนึ่งกับเกณฑ์หรือจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้

2. ข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีว่าด้วยการศึกษา

ระดับปริญญาตรี
หมวดที่ 6 การวัดผลและการประเมินผล
ข้อ 30 กรณีที่วัดผลโดยใช้การสอบเป็นหลัก
การสอบแบ่งเป็น
30.1 การสอบย่อย (Quiz)
30.2 การสอบปลายภาค ประกอบด้วย
30.2.1 การสอบกลางภาค (Midterm Examination)
30.2.2 การสอบปลายภาค (Final Examination)
หมวดที่ 6 การวัดและการประเมินผล
ข้อ 31 การสอบย่อย เป็นการสอบในระหว่างภาคการศึกษาหนึ่งๆ ผลของการสอบ จำนวนครั้ง เวลา และวิธีการทดสอบ ให้อยู่ในดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอนหรือภาควิชาที่วิชานั้นสังกัดอยู่
ข้อ 32 การสอบประจำภาค หมายถึง การจัดสอบโดยมหาวิทยาลัยในรายวิชาที่มีการประเมินผลโดยการสอบ โดยมีการจัดสอบกลางภาคและปลายภาค
ข้อ 33 การมีสิทธิ์สอบและการเข้าสอบ
33.1 การมีสิทธิ์สอบย่อยและการสอบกลางภาค ให้อยู่ในดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอนหรือกรรมการบริหารหลักสูตรที่วิชานั้นสังกัดอยู่
33.2 การมีสิทธิ์สอบปลายภาค นักศึกษาจะมีสิทธิ์เข้าสอบแต่ละรายวิชาต้องมีเวลาเรียนในรายวิชานั้นไม่ต่ำกว่าร้อยละแปดสิบของเวลาเรียนทั้งหมด สำหรับรายวิชาที่เป็นภาคปฏิบัตินักศึกษาต้องปฏิบัติงานในรายวิชาจนครบตามกำหนดของรายวิชานั้นๆยกเว้นอาจารย์ผู้สอนจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
33.3 การเข้าสอบนักศึกษาต้องปฏิบัติตามประกาศหรือระเบียบว่าด้วยการสอบของมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551
ข้อ 34 การสอบชดเชย นักศึกษาที่ขาดสอบสามารถดำเนินการขอสอบชดเชย ดังนี้
34.1 การสอบชดเชย การขาดสอบย่อยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้สอน
34.2 การสอบชดเชย การขาดสอบประจำภาค ถ้านักศึกษามาสามารถเข้าสอบด้วยเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณบดีโดยให้อาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ประจำวิชาพิจารณาและให้ปฏิบัติดังนี้
34.2.1 ในกรณีลงทะเบียนรายวิชานอกคณะที่นักศึกษาสังกัดอยู่ ให้นักศึกษาหรือผู้แทนยื่นคำร้องขอสอบชดเชย ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาและคณบดีที่นักศึกษาสังกัดภายใน 7 วันนับจากวันสอบของรายวิชานั้น เพื่อเสนอต่อคณบดีเจ้าของรายวิชาพิจารณา
34.2.2 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาในคณะที่นักศึกษาสังกัดอยู่ให้นักศึกษา หรือผู้แทนยื่นคำร้องขอสอบชดเชย ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาภายใน 7 วันนับจากวันสอบของรายวิชานั้น เพื่อเสนอต่อคณบดีพิจารณา
34.2.3 เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้นักศึกษาสอบให้เสร็จภายในระยะเวลาที่คณะเจ้าของรายวิชากำหนด ทั้งนี้หากเป็นการสอบกลางภาคต้องไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่สอบรายนั้นเสร็จสิ้น สำหรับการสอบปลายภาคต้องไม่เกิน 60 วันนับจากวันที่สอบรายวิชานั้นเสร็จสิ้น
หมวดที่ 7 สัญลักษณ์
38.2 การให้ F นอกเหนือจากข้อ38.1แล้วจะทำได้กรณีต่อไปนี้
38.2.1 นักศึกษาขาดสอบ และไม่ดำเนินการยื่นขอสอบชดเชย ตามข้อ 34 หมวด 6
38.2.2 นักศึกษาทำผิดระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการสอบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด หรือปฏิบัติผิดระเบียบใด หรือต้องลงโทษทางวินัยที่มหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ F
38.2.3 นักศึกษาลงทะเบียนโดยไม่ปฏิบัติตนตามเงื่อนไขของรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรและ งานทะเบียนนักศึกษาและประมวลผลได้ตรวจสอบหลังจากพ้นกำหนดการถอนได้ W แล้ว
38.2.4 เปลี่ยนจาก I หลังจากสองสัปดาห์แรกของภาคการศึกษาปกติถัดไป หรือหมดกำหนดการขยายเวลาตามข้อ 38.3.3
38.3 การให้ I จะกระทำได้ในกรณีต่อไปนี้
38.3.1 นักศึกษาปฏิบัติงานยังไม่ครบเกณฑ์ตามที่อาจารย์ผู้สอนกำหนดให้โดยได้รับอนุมัติจากคณบดีที่วิชานั้นสังกัดอยู่
38.3.2 นักศึกษาที่ไม่สามารถเข้าสอบได้ด้วยเหตุสุดวิสัยโดยมีหลักฐานที่เชื่อถือได้โดยได้รับอนุมัติจากคณบดีที่วิชานั้นสังกัดอยู่
38.3.3 ให้คณะที่วิชานั้นสังกัดอยู่กำหนดหรือปฏิบัติงานให้ครบเกณฑ์ที่อาจารย์ผู้สอนกำหนดภายในเวลาไม่เกิน สัปดาห์ที่สองของการเปิดภาคการศึกษาถัดไปที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนเว้นแต่ กรณีจำเป็นให้คณบดีที่วิชานั้นสังกัดอยู่มีอำนาจอนุมัติให้ขยายเวลาได้ทั้งนี้จะต้องไม่เกินภาคการศึกษาถัดไปนั้น

3. การใช้โปรแกรมทะเบียนการศึกษาออนไลน์สำหรับอาจารย์ ( www.reg.ubu.ac.th )

  1. อาจารย์สามารถใช้โปรแกรมทะเบียนการศึกษาออนไลน์( www.reg.ubu.ac.th )ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับวิชาที่เปิดสอน ตารางสอบรวม ตารางเรียนนศ. ตารางสอนอาจารย์ ตารางคุมสอบอาจารย์ ตารางการใช้ห้อง ปฏิทินการศึกษา ปฏิทินการลงทะเบียน แบบฟอร์มคำร้อง และระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ
  2. โดยอาจารย์จะต้องกรอก login และPassword ที่ได้รับจากงานวิชาการ เพื่อเข้าสู่ระบบ
  3. เลือกเมนู ภาระงานสอน
  4. เลือกเมนูรายชื่อ นศ. อาจารย์สามารถดูรายชื่อ นศ. เพิ่มจำนวนรับ นศ. ดูข้อมูลนักศึกษารายบุคคลได้ และดูรายชื่ออาจารย์ที่สอนร่วมได้
  5. เลือกเมนู สำรองที่นั่ง สามารถเพิ่มจำนวนที่นั่งได้โดย
    1) แก้ไขตัวเลข
    2) กำหนดเงื่อนไข
    3) Click ปุ่มแก้ไข
  6. เลือกเมนู รายชื่อ นศ. ในรายวิชาที่สอน ดูข้อมูลนักศึกษาที่ลงทะเบียนในรายวิชาได้โดย Click ที่รหัสนักศึกษา หรือชื่อนักศึกษา หรือผลการเรียน
  7. การบันทึกเกรดให้ Click ที่เมนูบันทึกเกรด จากนั้นClick ที่ปุ่ม ? รายวิชาที่ตัดเกรด จากนั้นให้ Click เลือกรูปแบบการตัดเกรดแบบ fix-rate หรือแบบ T-score หรือแบบ Mean-sd.ตามที่ระบุไว้ในแผนการสอน กรอกคะแนนตามช่วงที่กำหนด A=…… B+…… เสร็จแล้ว Click ปุ่มบันทึก
  8. จากนั้นใส่
    1) ลำดับที่
    2) วิธีการวัดผลคะแนน
    3) คะแนน
    4) ประเภทการสอน
    5) เลือกการแสดงข้อมูล หรือไม่แสดง
    6) กำหนดอัตราส่วนของคะแนน

หากมีข้อสงสัยข้อมูลเกี่ยวกับการวัดผลการเรียนนักศึกษา สามารถติดต่อสอบถามที่ งานวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ โทรภายใน 4414 ,4415 และ 4417


 

This entry was posted in การผลิตบัณฑิต, กิจกรรม KM and tagged . Bookmark the permalink.

Comments are closed.