KM : การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในการเรียนการสอน

จากกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2552 (TQF) ที่เน้นนักศึกษาทุกคนมีคุณธรรมจริยธรรม และเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย ได้กำหนดคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ด้านคุณธรรม จริยธรรม คือ (1) รู้จักกาลเทศะ โดยเน้นพฤติกรรมบ่งชี้ แต่งกายเหมาะสมกับโอกาส เวลา สถานที่ (2) มีระเบียบวินัย โดยเน้นพฤติกรรมบ่งชี้ การมีวินัยนักศึกษา ในด้านการตรงต่อเวลา

ส่วนในระดับคณะวิทยาศาสตร์ ได้กำหนดคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ โดยมีพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คือ (1) นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ เป็นผู้มีจิตอาสา มีความเสียสละ มุ่งประโยชน์ต่อส่วนรวม มาก่อนประโยชน์ส่วนตน เป็นผู้รู้จักกาลเทศะ แต่งกายเหมาะสมกับโอกาส เวลา สถานที่ (2) การแต่งกายเหมาะสม

คือ แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเมื่อเข้าเรียนรายวิชาบรรยาย การติดต่อราชการ และงานพิธีการของคณะและมหาวิทยาลัย โดยอนุโลมให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพในรายวิชาปฏิบัติการ หรือการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์ในระดับใด ล้วนจำเป็นที่ต้องพัฒนานักศึกษาให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข เพื่อออกไปเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของสังคมต่อไป จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ อาจารย์ทุกท่านได้แสดงความคิดเห็น และบอกเล่าประสบการณ์ ตลอดจนวิพากษ์เกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งสามารถสรุปประเด็นได้ดังนี้

1. ความหมายของจิตอาสาโดยแท้จริงคืออะไร?

“จิตอาสา” คือจิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม หรือความทุกข์ยากของ
ผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วย ไม่ใช่ด้วยการให้ทาน ให้เงิน แต่ด้วยการ
สละเวลา ลงแรงเข้าไปช่วย ด้วยจิตที่เป็นสุขที่ได้ช่วยผู้อื่น จะเน้นว่า
ไม่ใช่แค่ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนา
“จิตวิญญาณ” ของเราด้วย

“จิตอาสา” คือ ผู้ที่มีจิตใจที่เป็นผู้ให้ เช่น ให้สิ่งของ ให้เงิน
ให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละ สิ่งที่
ตนเองมี แม้กระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ่ ให้กับส่วนรวม อีกทั้งยังช่วยลด
“อัตตา” หรือความเป็นตัว เป็นตนของตนเองลงได้บ้าง

2. ทำอย่างไรนักศึกษาจึงจะมีคุณธรรม จริยธรรม ตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา?
จากเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาที่เน้นเรื่อง “จิตอาสา” นั้นเป็นเรื่องนามธรรม หากนักศึกษาไม่ได้รับการปลูกฝังในเรื่องดังกล่าวก็ไม่สามารถสอนกันได้ด้วยการบอก หรือการสั่งให้ปฏิบัติ หากสังคมหรือสภาพแวดล้อมไม่เอื้อในการปฏิบัติก็จะไม่สามารถทำได้ และยิ่งหากต้องการหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นคะแนนด้วยแล้วยิ่งทำไม่ได้ การปฏิบัติจิตอาสาจะต้องเกิดจากจิตใจของแต่ละคน จากกิจกรรมที่เป็นอิสระ ไม่ใช่เกิดจากการกำหนดของผู้อื่น ซึ่งในปัจจุบันเราเขียนโครงการ/กิจกรรมต่างๆให้นักศึกษามาลงชื่อ เพื่อให้ได้คะแนนตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา จนลืมนึกถึงข้อเท็จจริง หรือแม้กระทั่ง ในส่วนของ “การแต่งกายเหมาะสม” จะต้องมีการรณรงค์ ปลูกฝัง สร้างตัวอย่างที่ดีให้กับนักศึกษา โดยเริ่มที่ตัวผู้สอนในระดับคณะ และระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการส่งเสริมให้นักศึกษามีคุณธรรม จริยธรรมดังนี้
1. ประกาศโครงการ/กิจกรรมที่สนับสนุนส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักศึกษารับทราบ และสร้างความเข้าใจให้กับนักศึกษา
2. รณรงค์โดยการจัดทำสื่อ เช่น วิดีโอ แผ่นพับ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ ฯลฯ สิ่งที่นักศึกษาต้องทราบ และทำความเข้าใจ
3. จะต้องเป็นกิจกรรมที่อิสระ สามารถทำได้ทุกที่ ทุกโอกาส
4. วัดและประเมินผลโดยการใช้เครื่องมือที่ง่าย สะดวกในการเผยแพร่ข้อมูลความมีคุณธรรมนั้น
5. ยกย่อง ชมเชย โดยการให้รางวัลแก่คนมีคุณธรรม จริยธรรม
นอกจากนี้ ผู้สอนจะต้องเขียนวิธีการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมในแผนการสอน (มคอ.3) ในแต่ละบท หรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ สามารถนับจำนวนการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมต่อครั้งได้

3. วิธีการวัดและประเมินผลนักศึกษาที่มีคุณธรรม จริยธรรม ตามเกณฑ์การประกันคุณภาพ

การวัดผลและประเมินผล ที่เป็นรูปธรรมนั้นมีหลากหลายรูปแบบโดยขอยกตัวอย่างดังนี้

1.แบบฟอร์มกลางแสดงกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ซึ่งต้องกรอกข้อมูลดังนี้ ชื่อ-สกุลนักศึกษา,กิจกรรมที่แสดงความมีคุณธรรมจริยธรรม เช่น ช่วยอาจารย์ยกของ ช่วยเก็บกวาดขยะ เป็นต้น ลงนามรับรองโดยผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ ผู้สอนสามารถนำเสนอความดี มีคุณธรรมของนักศึกษาได้ในรายวิชาที่สอน และเก็บเป็นเอกสารหลักฐานตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาได้
2. แบบสอบถามให้นักศึกษากรอกข้อมูลกิจกรรมที่ปฏิบัติในด้านคุณธรรม จริยธรรม แล้วเผยแพร่ข้อมูลลงในเว็บไซต์ เพื่อให้ครบวงจรตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษา
3. ให้การบ้านโดยการจดบันทึกประจำวัน ในการทำความดี หรือการสร้างคุณธรรม จริยธรรมสำหรับนักศึกษา เป็นต้น
หากวิเคราะห์เหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน คือ ผลแห่งปัญหารากเหง้าของการขาดพัฒนา “จิตอาสา” ของผู้คนในสังคมในทุก ๆ ระดับ โดยมักอ้างว่า ติดภาระหน้าที่การงาน ปัญหาครอบครัว ปัญหาเศรษฐกิจ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ที่ต้องดูแลครอบครัวตนเอง และเครือญาติ หรือมักจะอ้างว่า เป็นภาระแก่ตนเอง ไม่รวยพอที่จะทำบุญ และไม่มีเวลาเพียงพอที่จะไปเป็นอาสาสมัคร เป็นต้น ซึ่งแท้จริงนั้นเป็นเพียงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความหมายของการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนา”จิตอาสา”เพราะเงินและเวลาก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยรองของการทำดีเพื่อสังคมเท่านั้น หาใช่แก่นแท้หลักหรือความจำเป็นที่จะต้องมี ไม่เช่นนั้นแล้วคนที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้จะมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกันในการพัฒนาจิตสำนึกเหล่านี้ได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักศึกษาซึ่งเป็นอนาคตของชาตินั้น จะหวังพึ่งเพียงระบบการศึกษาและครูอาจารย์อย่างเดียว คงจะประสบความสำเร็จได้ยาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งครอบครัว สถาบันการศึกษา สังคม และที่สำคัญคือ ตัวนักศึกษาที่เล็งเห็นความสำคัญของการมีคุณธรรมจริยธรรมต่อตนเองและสังคมนั่นเอง

 

This entry was posted in การผลิตบัณฑิต, กิจกรรม KM and tagged . Bookmark the permalink.

2 Responses to KM : การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในการเรียนการสอน

  1. ผู้สื่อข่าว says:

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ครับ

  2. ctutiya says:

    วิทยากรควรมีตัวอย่างประกอบด้วยจะเห็นภาพมากขึ้นค่ะ